เรื่องกาสิโน ที่อำพรางรูปในร่างกฎหมาย“พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร” หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จากการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 3 เมษายนเมื่อวานนี้ สส.ฝ่ายรัฐบาลก็เอาจนได้ โดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เสนอเลื่อนวาระการพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ขึ้นมาสำเร็จแบบ“ร้อนรน-เร่งรัด”ดังความต้องการของรัฐบาล และจะมีการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในวันที่ 9 เมษายนสัปดาห์หน้า
แต่ก่อนที่ที่ประชุมสภาฯ จะมีมติให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมการพิจารณาร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอเป็นผลสำเร็จ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 251 เสียง : 132 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 384 เสียง โดยงดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียงนั้น ได้เกิดความวุ่นวายโกลาหลในที่ประชุมระหว่าง สส.พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน จนทำให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งเป็นประธานการประชุม ต้องสั่งพักการประชุม
เนื่องจากนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เสนอเลื่อนวาระ แบบ“เตะผ่ามาก”แทรกนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้เสนอญัติด่วนเรื่องแผ่นดินไหวต่อที่ประชุมก่อนหน้านายอนุสรณ์ จึงทำให้เกิดการโต้เถียงระหว่าง สส.พรรคเพื่อไทย กับ สส.พรรคประชาชน และหลังจากพักการประชุมได้ประมาณ 30 นาที พอเริ่มกลับมาประชุมอีกครั้ง โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ทำหน้าที่ประธานการประชุม สส.ทั้งสองฝ่ายก็ยังถกเถียงกันไม่เลิก ถึงขนาดนายวันนอร์ต้องลุกขึ้นยืน พร้อมกับเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเข้ามาควบคุมความสงบ
ทางด้านการเคลื่อนไหวของพลังมวลชนผู้รักชาติเพื่อ“หยุดร่างกฎหมายกาสิโนเข้าสภาฯ” เมื่อวันที่ 3 เมษายนวันเดียวกัน โดยเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูประเทศไทย (คปท.), ศปปส., กองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน ได้นำตัวแทนมวลชนมาชุมนุมบริเวณข้างรัฐสภาฝั่งวัดแก้วฟ้า เพื่อคัดค้านร่างกฎหมาย“การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร” ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการชูป้ายข้อความต่างๆ คัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้
ในการชุมนุมครั้งนี้ เสียงขับไล่ให้รัฐบาล“ออกไป”พร้อมกับการขานรับย้ำคำว่า“ออกไปๆ ๆ”จากผู้มาชุมนุม ที่มักจะได้ยินคุ้นๆ จากการลุกขึ้นมาประท้วงขับไล่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยในอดีต ที่มีอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐบาล“หุ่นเชิด”ของทักษิณ คือ สมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังกึกก้องเป็นระยะ พร้อมกับการปราศรัยชี้ถึงความวิบัติฉิบหายหากกฎหมายฉบับนี้มีผลออกมาบังคับใช้จากแกนนำมวลชน อาทิ พิชิต ไชยมงคล, จตุพร พรหมพันธุ์, แก้วสรร อติโพธิ และนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เป็นต้น ที่ทักษิณเห็นว่าเป็น“ขาประจำ”ซึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตน
พิชิต ไชยมงคล ปราศรัยว่า “รัฐบาลเร่งรัดเร่งรีบเหลือเกิน ในการที่จะผลักดันพระราชบัญญัติเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มีกาสิโนแอบแฝงอยู่ในนั้น การเร่งรีบเร่งรัดเป็นมติ ครม. โดยไม่ฟังเสียงของพี่น้องประชาชน นอกจากจะเร่งรีบผลักดันเป็นมติ ครม. ก็ยังเร่งรีบบรรจุเข้าเป็นวาระในการพิจารณาของสภาฯ.. เสียงของพี่น้องประชาชน เสียงของภาคประชาสังคม เสียงของนิสิตนักศึกษา เสียงของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เสียงของผู้นำศาสนา เสียงของภาคธุรกิจ ต่างออกมาคัดค้าน พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เห็นด้วยที่ประเทศไทยจะมีบ่อนกาสิโน”
นอกจากนี้ “พิชิต ไชยมงคล” ยังชี้ว่า “ถึงแม้รัฐบาลจะกล่าวอ้างว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์มีสถานประกอบการอย่างอื่นเข้าไปอยู่ด้วย แต่หัวใจหลักของกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่กาสิโน ท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ มะทา ท่านเป็นผู้เคร่งครัดในศาสนา หวังว่าท่านจะเป็นอย่างนั้น กฎหมายฉบับนี้มันขัดกับหลักศาสนาร้อยเปอร์เซ็นต์ ท่านกำลังจะแปลงสภาฯเป็นกาสิโนเสรี ท่านกำลังจะแปลงสมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เล่นกาสิโน วันนี้เราเดินทางมาเพื่อแสดงเจตจำนง มาบอกท่านว่า โปรดพิจารณาให้ดี เสียงของสังคมเขาไม่เอากฎหมายฉบับนี้ อย่าทำให้สิ่งผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ผิดกฎหมายก็คือผิดกฎหมาย การพิจารณาในสิ่งที่ผิดกฎหมาย เป็นการฟอกสีดำให้เป็นสีขาว ทั้งที่ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ขาวสะอาด ประเทศไทยต้องปลอดการทุจริตคอร์รัปชัน ประเทศไทยไม่ต้องการพื้นที่สีดำ เรามีข้าราชการสีเทา มีนักการเมืองสีเทามากพอแล้ว ประเทศไทยต้องปลอดสิ่งที่เป็นสีเทาให้เป็นสีขาว”
ส่วน“จตุพร พรหมพันธุ์” ปราศรัยว่า “อยากให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มองหน้าชาวมุสลิม โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เลือกท่านมา ว่าบ่อนกาสิโนเขาต้องการหรือไม่ ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโส เป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องกล้าเตือนนายกฯ และพ่อของนายกฯ ว่าบ้านเมืองจะพังจากบ่อนกาสิโน..แทนที่จะรวมหัวใจส่งกำลังใจไปให้เจ้าหน้าที่ที่ตึก สตง.แห่งใหม่ ซึ่งกำลังค้นหาร่างผู้ติดอยู่ในอาคาร แต่อันนั้นคนตาย กูไม่เกี่ยวเอาบ่อนก่อน ทั้งที่การก่อสร้างก็มีการทุจริต”
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ปราศรัยว่า “เราเคยคิดว่ารัฐบาลอุ๊งอิ๊งค์มาจากการเลือกตั้ง ที่อ้างประชาธิปไตย ควรจะฟังเสียงประชาชน แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ฟังเสียงประชาชน..นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ได้ปล้นอำนาจประชาชนไปปู้ยี้ปู้ยำ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง อย่างกรณีกฎหมายนิรโทษแบบสุดซอย ที่ปล้นอำนาจประชาชนไปปู้ยี้ปู้ยำ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง วันนี้เขากำลังปล้นอำนาจประชาชนเพื่อทำให้ประเทศเป็นบ่อน เปิดกาสิโน และสุดท้ายเพื่อประโยชน์ตัวเอง..อยากบอกนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายกฯอุ๊งอิ๊งค์ พูดจากหัวใจเลยว่า ประชาชนไม่ต้องการจัดม็อบ ประชาชนเหนื่อย ประชาชนเบื่อ แต่เพราะพวกคุณบังคับให้ประชาชนต้องออกมา"
ประธานพรรคไทยภักดี ยังชี้ว่า กรณี พ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย จุดจบคือหนีและไม่มีแผ่นดินอยู่ และว่าเรื่องกาสิโน “จุดจบจะไม่ต่างจากเดิม นั่นคือหนี ไม่มีแผ่นดินอยู่..ผมเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม และกฎแห่งกรรมจะเร่งรีบในการทำงาน”
สำหรับอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ชี้ว่ารัฐบาลที่ถูกชักใยโดย“ทักษิณ ชินวัตร”กำลังทำลายมาตรฐานของประเทศชาติ ซึ่งเมื่อสร้างอนาคตไม่ได้ แต่ก็ยังมาทำลาย และว่า“บ้านเมืองสั่งสม สร้างความถูกผิด มีศาสนาค้ำจุน..บ้านเมืองจะฉิบหายทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ก็ยังฟื้นได้ แต่ถ้าคนมันฉิบหายแล้ว สร้างไม่ได้ครับ”
ขอจบข้อเขียนวันนี้ด้วย เนื้อหาบางช่วงจากคลิปวิสัชนาปจุฉา ของพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย จังหวัดลำพูน กับ อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ที่เผยแพร่ในช่อง “WATCHDOG CHANNEL” เกี่ยวกับการจัดตั้งบ่อนกาสิโนให้ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งพระอาจารย์อารยวังโส ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
“นี่คือความเลวร้ายของคนคิด แค่คิดก็เลวร้าย เพราะฉะนั้น แค่คิดก็เลวร้ายแล้ว เพราะคือการทำลายโครงสร้างของศีลธรรม นี่คือความเลวร้ายของสังคมที่กำลังผันแปร การฉ้อโกง การหลอกลวง กำลังสร้างอุบายอกุศลเกิดขึ้น เพื่อชักนำคนนำไปสู่สิ่งที่ไม่ถูกต้องว่าถูกต้อง คนพวกนี้ไม่ควรปกครองแผ่นดิน” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี