ติดตามข่าวแผ่นดินไหวระดับ 7.7 ศูนย์กลางในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ที่มีผลกระทบมาถึงประเทศไทย และมณฑลยูนนานตอนใต้ของประเทศจีน ภัยธรรมชาติครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงในพม่า ตึกรามบ้านช่องในมัณฑะเลย์ พะโค สะกาย และเมืองหลวงเนปิดอว์ เสียหายหลายพันหลังเนื่องจากเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหว
มณฑลยูนนานตอนใต้ของจีนมีรายงานว่าอาคารบ้านเรือนเสียหายแปดพันกว่าหลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียงสี่ห้าคน ที่น่าอับอายที่สุด คือ กรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทย อาคาร 30 ชั้น ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มลงมา เป็นกองเหล็ก หิน ดิน ปูน เป็นภูเขาเลากา สร้างความงวยงงสงสัยไปทั่วโลกว่า อาคารสร้างใหม่ถล่มลงมาทับคนงาน
นับร้อยคนได้อย่างไร
นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร แทนที่จะตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กู้ภัยค้นหาผู้รอดชีวิตและได้รับบาดเจ็บอยู่ใต้กองเหล็ก หิน ดิน ปูน ให้เร็วที่สุด นายกฯกลับเรียกประชุมฉุกเฉิน ถามหาคนผิดว่า ใครส่วนไหนที่ส่ง SMS ไปแจ้งภัยแก่ประชาชนล่าช้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร น.ส.แพทองธาร ตอบว่า “เรื่องแผ่นดินไหวถามตัวดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า จะต้องทำตัวอย่างไร ค่อนข้างที่จะเหมือนประชาชนคนไทยทุกคน เพราะเราไม่ได้อยู่ในประเทศที่มีแผ่นดินไหวเป็นประจำและหนัก....”
นายกฯเงียบหายหลายชั่วโมง ก่อนออกทีวีกรมประชาสัมพันธ์ ให้ความมั่นใจคนไทยว่า ไม่มีสึนามิ เนื่องจากว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นใต้ดิน#ไม่ได้เกิดขึ้นบนน้ำ คำพูดนายกฯ ทำให้คนที่กำลังวิตกหัวเราะก๊าก ด้วยความสงสัยว่า
“แผ่นดินไหวบนน้ำมีที่ไหน” แผ่นดินไหว ใต้ดิน ใต้น้ำในทะเล ใต้น้ำในมหาสมุทร อย่างไรก็ตามโชคดีที่อธิบดีกรมบรรเทาสาธารณภัย แถลงผ่านทีวีรวมการเฉพาะกิจ ในวันต่อมาถึงรายละเอียดความเสียหายและจะเยียวยาแก้ไขต่อไปอย่างไร ส่วนรัฐมนตรีต่างๆ ก็พล่ามกันตามประสาหาสาระไม่ได้
สรุปว่าประเทศไทยขาดแคลนฝ่ายประชาสัมพันธ์ ในภาวะวิกฤต ประเทศไทยมีสื่อเสรี และก้าวหน้ากว่าประเทศใดในอาเซียน แต่ความก้าวหน้า ความรวดเร็วในการเสนอข่าว ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยดูดี ในวิกฤตแผ่นดินไหวครั้งนี้ และดูเหมือนสร้างความเสียหาย ให้ชาวโลกตำหนิได้ว่ารัฐบาลไทยทำงานเอาหน้าทุกสถานการณ์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ การเสนอภาพข่าวรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม นายภูมิธรรมเวชยชัย ยืนเรียงแถวหน้ากระดานถ่ายรูปหมู่กับนักการเมือง และนายทหารชั้นผู้ใหญ่บนลานบินขณะที่ส่งหน่วยกู้ภัยทหารไปพม่า หลังจากเกิดแผ่นดินไหวสามวัน พร้อมบรรยาย
“ภูมิธรรมย้ำให้ช่วยเหลือคนไทย ค้นหาคนไทย” การช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนนั่นดีอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องพูดออกหน้า เพราะประเทศที่เสียหนัก คือ พม่า และภารกิจหลัก คือ ไปช่วยกู้ภัยไปช่วยค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังช่วยค้นหาผู้เคราะห์ร้ายทุกชาติทุกภาษา
หากติดตามอ่านข่าวต่างประเทศบ้าน จะพบว่านานาอารยประเทศเขาเสนอเฉพาะสาระ เกิดแผ่นดินไหวในพม่าในเวลาประมาณ 13.30 น. วันศุกร์ที่ 28 เช้าวันเสาร์ที่ 29 จีน รัสเซีย อินเดีย ออกข่าวว่า กำลังส่งหน่วยกู้ภัยค้นหาช่วยเหลือแผ่นดินไหวในพม่า ข่าวต่างประเทศที่ออกมาไม่มีภาพ ไม่มีชื่อรัฐมนตรีให้เปลืองพื้นที่
วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม สำนักข่าวซินหัวของจีนเสนอภาพข่าวตั้งแต่ตีห้า (เวลาไทย)ว่า หน่วยกู้ภัยค้นจากมณฑลยูนนาน 37 คน พร้อมด้วยเครื่องจับสัญญาณทันสมัย และโดรนจับสัญญาณข้ามชายแดนจีน-พม่า ไปช่วยกู้ภัยในพื้นที่แผ่นดินไหว ไม่มีชื่อไม่มีภาพเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่มีแต่ภาพหน่วยกู้ภัยและค้นหา
ข่าวซินหัวรายงาน ต่อมาว่า ทีมกู้ภัยค้นหาจากจีนไปถึงเนปิดอว์ ตอนสายวันเสาร์ และประสานงานกับหน่วยดับเพลิงพม่าทันที เพื่อร่วมมือกันค้นหาผู้รอดชีวิตติดอยู่ใต้อาคาร และรายงานต่อมาว่า แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่อาคารโรงพยาบาลสามชั้นซึ่งชั้นที่หนึ่งทรุดถล่มลงมา ผู้ป่วยทั้งหมดติดอยู่ใต้กองหินดินปูน เวลา 05.00 น. ของเช้าวันอาทิตย์เกือบ 40 ชั่วโมงหลังจากแผ่นดินไหว ผู้ชราได้รับการช่วยชีวิตออกมาได้
เช้าวันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม เช่นกันหลังจากใช้เวลาห้าชั่วโมง หน่วยกู้ภัยจีนสามารถช่วยผู้รอดชีวิตเป็นหญิงตั้งครรภ์จากใต้ซากปรักหักพังของโรงแรม Greatwall Hotel ในเมืองมัณฑะเลย์ออกมาได้อย่างปลอดภัย
วันอังคารที่ 1 เมษายน ซินหัวรายงานการช่วยเหลือฉุกเฉินด้านมนุษยธรรม ต่อผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในพม่า ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติ กรุงปักกิ่งตอนเช้าวันที่ 1 เมษายน เพื่อสนองตอบการร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลพม่า จีนตัดสินใจจัดส่งสิ่งอุปโภค-บริโภคมูลค่า 100 ล้านหยวน เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเบื้องต้น
ตอนสายวันที่ 1 เมษายน สำนักข่าวซินหัว เสนอข่าว พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของทางการว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 2,719 ศพ และคาดว่าจะมากกว่า 3,000 ศพ ในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเป็น 4,521 ราย และยังผู้สูญหายอีก 441 ราย
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีที่สร้างความเสียหายในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งสร้างความเสียหายหลายเมืองในพม่า อาทิ มัณฑะเลย์ พะโค แม็คเว ทางเหนือรัฐฉาน สะกาย และ เนปิดอว์ เหล่านี้เป็นภูมิภาคที่เสียหายอย่างหนัก
จะเห็นได้ว่า ข่าวซินหัวเสนอแต่สิ่งที่เป็นสาระ ไม่มีคำพูดพล่ามและภาพรัฐมนตรี นักการเมืองให้เสียพื้นที่ซินหัวใช้ภาพวีดีโอจากทีวีพม่าแสดงให้เห็นความเสียหายหลายเมืองในพม่าโดยเฉพาะในเมืองมัณฑะเลย์ที่อาคารนับร้อยหลังถล่มลงมาและประชาชนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง พร้อมคำบรรยายว่า ความช่วยเหลือจากนานาชาติกำลังเข้ามา
ในภาวะคับขัน ซินหัว เสนอข่าวเฉพาะสิ่งเกิดขึ้นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยค้นหาว่าได้ทำอะไรสำเร็จไปบ้างแล้ว ซึ่งแตกต่างกับสื่อทั่วไปที่เสนอข่าวนักการเมืองในประเทศตนจะช่วยทำนั่นทำนี่ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม
สำนักข่าวเบอร์นามา รายงานวันที่ 1 เมษายน ว่านายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานหมุนเวียนอาเซียนปี 2025 จะหาหรือกับชาติสมาชิกอาเซียน เพื่อประสานงานความร่วมมือช่วยเหลือพม่า และเพื่อให้#มันมั่นใจความช่วยเหลือใดๆตกไปถึงมือผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง
มาเลเซียยังคงยึดมั่นในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความสามัคคีที่แข็งขันความก้าวหน้าด้านมนุษยธรรม ตามวาระของอาเซียน ซึ่งรากฐานของความสามัคคี มีเมตตาต่อกัน มาเลเซียส่งทีมกู้ภัยค้นหาลงพื้นที่แผ่นดินไหว รัฐมนตรีต่างประเทศโมฮัมหมัด ฮาซัน จะนำคณะมนุษยธรรม เยือนพม่าสัปดาห์หน้า การเยือนครั้งนี้ จุดประสงค์แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างแข็งขันในการช่วยเหลือค้นหา
เบอร์นามา รายงานด้วยว่า หน่วยกู้ภัยและค้นหา 50 คน ออกเดินทางไปเนปิดอว์ เช้าวันอาทิตย์ โดยพาดหัวข่าวว่า มาเลเซียช่วยเหลือมนุษยธรรมพม่า 10 ล้านริงกิต แต่ฟังจากคำแถลงของ นายอันวาร์ดูเหมือนว่า เป็นการช่วยในนามอาเซียนทุกชาติ
คำพูดแฝงการเมืองของประธานหมุนเวียนอาเซียน ที่มีวาทกรรมคล้ายกับผู้ที่เขาตั้งเป็นที่ปรึกษามากขึ้นทุกวัน ดังนั้น ผู้เสพข่าวทั่วไปอย่าได้คาดหวังว่า อาเซียนจะช่วยเหลือพม่าจริงจัง เพราะในเบื้องต้นนายอันวาร์กล่าวว่าจะปรึกษากับชาติสมาชิกอาเซียนให้มั่นใจว่า การช่วยเหลือถึงมือผู้ประสบภัยจริง ซึ่งคำพูดเช่นนี้อาเซียนพูดเสมอในทำนองว่า กลัวรัฐบาลทหารพม่าจะฮุบสิ่งของที่อาเซียนมอบให้ไว้เสียเอง หรือไม่ก็แจกจ่ายการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของอาเซียนให้แก่ผู้สนับสนุนรัฐบาลทหารเท่านั้น
แม้แต่ในยามวิกฤตแผ่นดินไหวที่ชาวพม่าเดือดร้อนแสนสาหัส ประธานหมุนเวียนอาเซียนยังไม่มั่นใจว่าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะไปถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงหรือไม่ ซึ่งต่างจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ส่งคนมาช่วยส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมมาให้โดยไม่ปริปากสักคำจึงได้กล่าวมาแต่ต้นว่า #“การช่วยเหลือแผ่นดินไหวในพม่าลงมือทำสำคัญกว่าน้ำลาย”
สุทิน วรรณบวร
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี