โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สองว่า เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดทางการเมือง เขาจะเก็บภาษีศุลกากรขั้นเด็ดขาดและเข้มข้นสุดๆ กับทุกประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ โดยไม่มีข้อยกเว้น
คำประกาศในเชิงทำสงครามการค้ากับนานาชาติโดยทรัมป์ ส่งผลให้นักธุรกิจระดับนำของโลก รวมถึงเหล่าบรรดาฝ่ายการเมืองของทุกประเทศที่ค้าขายกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านการค้าขายระหว่างประเทศต่างเกิดอาการหวาดวิตกกันทั่วหน้า เพราะหวั่นเกรงว่าประเทศของตนจะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรโดยทรัมป์อย่างหนักหน่วงเข้าขั้นบ้าเลือด
แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ดันมีคนชื่อแพทองธาร ชินวัตร ที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยความไม่รู้ประสีประสาใดๆ แม้แต่น้อย ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยตั้งแต่หนึ่งถึงสิบ แต่นางดันบอกว่าเมื่อทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแล้วการค้าขายระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จะได้รับผลดี
คนที่ทำมาค้าขายกับสหรัฐฯ รวมถึงคนที่รู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับมาตรการที่ทรัมป์ประกาศจะทำให้ America great again และ America First ต่างตกใจกับคำพูดดังกล่าวของแพทองธาร
ยิ่งกว่าได้รู้ว่าทรัมป์ชนะเลือกตั้ง แล้วได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นวาระที่สองเสียอีก หลายคนถึงกับถามกันและกันว่า ตกลงเราไม่ได้หูฟาดใช่ไหมที่ได้ยินแพทองธารพูดเช่นนั้นแต่บางคนก็ถามกันเองว่า ตกลงแพทองธารเป็นบ้าหรือเปล่า หรือว่าแพทองธาร hotline สายตรงคุยกับทรัมป์แล้วว่าทรัมป์จะไม่เก็บภาษีศุลกากรสินค้าไทย หรือว่าแพทองธารมีบุญคุณแบบมากมายมหาศาลต่อทรัมป์ จนทำให้ทรัมป์ไม่กล้าเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าไทย
แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อได้ยินชัดเจนว่าทรัมป์ประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับไทยในอัตรา36-37 เปอร์เซ็นต์กับไทย คนที่ทำมาค้าขายกับสหรัฐฯ ถึงกับเข่าทรุดหน้าถอดสี แต่ปรากฏว่าแพทองธารยังหน้าระรื่นราวกับได้รับพรจากทรัมป์ แถมยังบอกว่าไม่มีอะไรน่าวิตกกังวล รัฐบาลไทยเตรียมการเรื่องนี้ไว้แล้ว ถามจริงๆ เธอเตรียมการรับมือกับความวิบัติที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยไว้อย่างไรหรือ เธออ้างว่าเตรียมรับมือไว้แล้ว ถามย้ำว่าเตรียมอะไรไว้ แต่เมื่อนักข่าวถามจี้ลงไปว่ารับมืออย่างไร แล้วจะส่งใครไปเจรจากับทรัมป์เพื่อขอลดอัตราภาษีศุลกากร แพทองธารตอบแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า มีแล้ว เตรียมไว้แล้ว แต่ไม่ตอบว่ามีอะไร เตรียมอะไร แต่พล่ามเรื่อง less for more, more for less
อะไรกันนี่ เธอเป็นอะไรไปแล้ว ตกลงเธอบ้าหรือดีกันแน่ ถามอะไรก็ตอบไม่ได้ ตอบไม่รู้เรื่องแม้แต่น้อย สรุปแล้วประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีบ้าหรือดีกันแน่
แพทองธารคงคิดว่าทรัมป์ให้ของขวัญชิ้นพิเศษสุดวิเศษกับไทย ด้วยการประกาศเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 37 เปอร์เซ็นต์กระมัง เพราะดูราวกับว่าเธอชื่นชมกับอัตราภาษีศุลกากรดังกล่าวเสียเหลือเกิน ครั้นนักข่าวถามต่อไปว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จะแก้ปัญหานี้อย่างไร เธอตอบอะไรไม่ได้เลย ไม่มีความสามารถตอบอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเป็นเรื่องเป็นราวได้เลย
ปัญหาใหญ่โคตรใหญ่แบบนี้ แต่รัฐบาลไทยไม่ประสีประสาอะไรเลยแม้แต่น้อย อ้างแค่ว่าตั้งคณะทำงานแล้ว แต่เมื่อดูคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้กลับกลายเป็นแค่คนระดับปลัดกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ถามว่างานใหญ่โคตรใหญ่เช่นนี้ ทำไมนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ลงไปเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาด้วยตัวเอง อันที่จริงคนไทยทุกคนรู้ดีเหมือนๆ กันทั้งประเทศว่านายกรัฐมนตรีไม่มีปัญญาแก้ปัญหาใหญ่นี้ได้ด้วยตัวเอง เพราะมีข้อจำกัดด้านความรู้ความสามารถ แต่ถึงกระน้้นก็ยังจำเป็นต้องถามว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไม่ตั้งตัวเป็นประธานในการแก้ปัญหานี้ เพราะนี่คือปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ไทยถูกกระทำโดยมหาอำนาจอันธพาลที่ชื่อโดนัลด์ ทรัมป์
คนทั้งโลกตื่นตัวกับภัยพิบัติทางการค้าและทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้แต่คนโง่เท่านั้นที่ยังละเมอว่าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีแล้วการค้าการขายของไทยกับสหรัฐฯ จะดีขึ้น คนที่เชื่อเรื่องเลวๆ แบบนี้ได้ ต้องโง่บัดซบ ไม่ใช่โง่แบบธรรมดาสามัญ
เฉลิมชัย ยอดมาลัย
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี