แผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมา สะเทือนมายังประเทศไทยเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น นอกจากผลกระทบทางธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้แล้ว ยังมีผลกระทบในหลายด้านๆโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่ยิ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนมากขึ้นไปอีก รวมทั้ง กรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศขึ้นออกนโยบายภาษี “ตอบโต้” ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากทั่วโลก โดยกำหนดภาษีพื้นฐานที่ 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมด และเพิ่มอัตราภาษีสูงขึ้นเป็นพิเศษสำหรับหลายประเทศ ครอบคลุมกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค โดยประเทศไทยถูกขึ้นภาษีถึง 37% ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยต้องฝ่าฟันวิกฤตให้ผ่านพ้นไปให้ได้...
nn รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินและการให้บริการทางการเงิน รวมทั้งระบบเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องเป็นปกติ เช่นเดียวกับการให้บริการของสถาบันการเงินแก่ลูกค้าประชาชนและภาคธุรกิจ...
nn นอกจากนี้ ธปท. ได้กำชับให้สถาบันการเงินพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ที่ประสบภัยเช่นเดียวกับที่เคยให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเมื่อเกิดอุทกภัยในปี 2567 โดยได้มีการผ่อนปรนเกณฑ์บางด้านรองรับไว้แล้ว...
nn พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่ในระยะสั้นประชาชนและนักท่องเที่ยวอาจมีความกังวลด้านความปลอดภัย โดยภาครัฐได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี...
nn พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากมีการบริหารจัดการร่วมกันอย่างเต็มที่จากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว โปร่งใส และการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง...
nn ทั้งนี้ แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติที่คาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ แต่ถ้าเราสร้างการรับมือ การสื่อสารได้ก็จะดีบทเรียนแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้สร้างความตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติให้คนไทยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติอื่นต่อไป...
nn รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ ระบุว่า ภาคส่วนที่น่าจะกระทบหนักที่สุด คือ อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มของคอนโดมิเนียม เนื่องจากผู้คนหวาดผวาจากภัยพิบัติ และแม้บ้านแนวราบจะขายดีขึ้นทดแทน แต่ก็อาจมีผลไปเพิ่มหนี้ครัวเรือนได้ และคอนโดฯเองหากเร่งขายก็มีแต่ขาดทุนหนัก เป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่ต้องหายาแรงมาช่วยกัน...
nn สอดคล้องกับ ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผอ.ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัทคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดถือว่ารุนแรงที่สุด กระทบตลาดคอนโดฯกรุงเทพฯปีนี้ที่มีอุปทานขายอยู่ 458,390 ล้านบาท เพราะผู้บริโภควิตกกังวลความมั่นคงของโครงสร้างอาคาร ไม่มั่นใจในคุณภาพการก่อสร้าง และความปลอดภัยในอนาคต โดยอาจชะลอซื้อ 2-3 เดือน รอดูสถานการณ์และความถี่ของแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต...
nn ส่วนกรณีที่ ปธน.ทรัมป์ ทำสงครามการค้าขึ้นภาษีสินค้านำเข้าฯ นั้น พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง ระบุว่า ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทย รัฐบาลอยู่ระหว่างการเตรียมแผนรับและเจรจาเรื่องภาษีนำเข้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้เรียกทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ประชุมหารือในกรณีดังกล่าว และสั่งการบ้านให้ทุกหน่วยงานของรัฐไปเตรียมพร้อมในเรื่องที่รับผิดชอบ...
nn โดยจะมีการเรียกประชุมติดตามแผนการรับมืออีกครั้งในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งจะดูมาตรการระยะเร่งด่วน สำหรับกรณีผู้ประกอบการส่งออกที่ส่งสินค้าออกไปแล้ว และกำลังจะถึงในช่วงที่สหรัฐจะปรับขึ้นภาษีด้วย...
nn คมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย จากอัตราภาษีตอบโต้ที่สหรัฐฯ นั้น มองว่า แนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติที่อาจลดลง เนื่องจากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ทำให้การตัดสินใจย้ายฐานการผลิตทำได้ยากขึ้น...
nn ซึ่งจะทำให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้ง รวม 0.50% ในการประชุมรอบที่ 2/2025 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ 1 ครั้ง และอีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลัง ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอาจลดลงเหลือ 1.50% ภายในสิ้นปีนี้...
nn “มือปราบ” ก็ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤตการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ปัจจัยภายนอกประเทศ ผลกระทบทางการเงินในด้านต่างๆ ฯลฯ
ก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต่อไป...
nn แต่รู้ทั้งรู้ว่าขณะนี้มีปัญหาอะไร ที่รอคอยให้รัฐบาลแก้ไขอยู่เป็นจำนวนมาก แต่การจัดลำดับความสำคัญดูเหมือนว่า กลับเอาความต้องการของคนไม่กี่คนมาเป็นเรื่องสลักสำคัญ ดังนั้น ก็ต้องย้ำเตือนว่า ปัญหาประชาชนควรจะแก้ไข ไม่ใช่เอาเรื่องที่ไม่สำคัญมาผลักดันเข้าสภา โดยไม่รู้ว่าอารมณ์คนเขาไปกันทางไหนด้วย...
nn สวัสดีครับ
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี