วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ในขณะที่อาเซียนยังคงวางระยะห่างต่อรัฐบาลจากการเลือกตั้งพม่า โดยวางเงื่อนไขให้เจรจาปรองดองแห่งชาติครอบคลุมทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสียในพม่า ก่อนพิจารณารับรองรัฐบาลมิน อ่อง หล่าย
ประเทศไทย ซึ่งมีชายแดนติดพม่ามีความสัมพันธ์ทางการทูต ร่วมวัฒนธรรมและร่วมประวัติศาสตร์กันมากว่าสี่ร้อยปี พูดได้ว่า เปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการปกครองในพม่า กระทบถึงไทยตั้งแต่สมัยสงครามช้างเผือกและพม่ากับไทยปรับตัวอยู่ร่วมกันได้ตลอดมา
ดังนั้นเมื่อ พลเอกมิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจจากพรรคเอ็นแอลดี ของนางออง ซาน ซู จี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 คนไทยส่วนใหญ่มองว่านั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในพม่า ที่ไม่ต่างกับประเทศไทยซึ่งยึดอำนาจมาแล้ว 13 ครั้ง ตั้งแต่คณะราษฎรปล้นพระราชอำนาจและพระราชทรัพย์ รัชกาลที่ 7 วันที่ 24 มิถุนายน 2475
คนไทยส่วนใหญ่ซึ่งชินชากับการยึดอำนาจ และไม่เห็นความแตกต่างระหว่างรัฐบาลเลือกตั้งกับรัฐบาลมาจากการยึดอำนาจ มีหลายยุคหลายสมัย ที่คนไทยรักและศรัทธารัฐบาลทหารจากการยึดอำนาจ มากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ตัวอย่างล่าสุด คือรัฐบาลพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา มาจากยึดอำนาจ ปรากฏว่าคนไทยรักและศรัทธามากว่ารัฐบาลเลือกตั้งก่อนหน้า และรัฐบาลเลือกตั้งหลังปี 2563 และด้วยพระเนตรพระกรรณยาวไกลของพระมหากษัตริย์ไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นองคมนตรี
ซึ่งเหมือนกับ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมผู้ซื่อสัตย์สุจริตและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใดที่รับการโปรดเกล้าฯเป็นองคมนตรีก่อนหน้าพล.อ.ประยุทธ์
ยกเรื่องขึ้นมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน หลังจากเห็น นายกัณวีร์ สืบแสง โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรีเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยเดินทางเยือนกรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงพม่า โดยระบุว่า รัฐบาลไม่มีคนทำงานหรือทำไมจึงให้องคมนตรีนำคณะด้านการต่างประเทศไปเนปิดอว์และสะท้อนความกังวลเรื่องบทบาทการนำของรัฐบาล
นายกัณวีร์ อดีตลูกจ้างสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UHNCR) และนายกัณวีร์เป็น สส.ในยุคที่นักการเมืองฝ่ายค้านฝักใฝ่อเมริกาและตะวันตกสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าออกหน้าได้
โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคลางแคลงใจหลังจาก บีบีซีภาษาพม่าเสนอข่าวพลเอกไพบูลย์เยือนเมืองหลวงพม่า
บีบีซีภาษาพม่า รายงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ว่า คณะผู้แทนจากประเทศไทย นำโดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลเอกไพบูลย์คุ้มฉายา และเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของไทยเดินทางเยือนเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม และได้พบกับเจ้าหน้าที่จากสภาที่ปรึกษาและกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลเมียนมา
ระหว่างการเจรจาฝ่ายไทยได้หารือเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ค้ายาเสพติดที่ทางการต้องการตัว และความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายระหว่างสองประเทศ
บีบีซีแสดงความเห็นในข่าวว่า..“มีความกังวลว่า การประชุมครั้งนี้อาจเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มกบฏพม่าและผู้ร่วมงานที่อยู่ในประเทศไทยมากขึ้น” รายงานยังระบุว่า ฝ่ายเมียนมา ได้เสนอความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายกันคนที่พม่าต้องการตัวในประเทศไทย
จึงอนุมานได้ว่า สิ่งที่กระตุ้นให้ผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าโวยวาย คือที่บีบีซีพม่า ระบุว่า “การประชุม (หารือไทย-พม่า) อาจเพิ่มแรงกดดันต่อกลุ่มต่อต้านพม่าและผู้ร่วมงานที่อยู่ในประเทศไทยมากขึ้น”
ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับที่ “อินเดียไทม์” รายงานเมื่อต้นเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลอินเดียและรัฐบาลไทยเริ่มกดดันฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าที่เคลื่อนไหวในประเทศให้เจรจากับรัฐบาลพม่าหรือไม่ก็ผลักดันฝ่ายต่อต้านกลับประเทศต้นทาง
อินเดียไทม์รายงานว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่ารวมทั้งเอ็นยูจี (รัฐบาลเงาพม่า) และ พีดีเอฟ (กองกำลังติดอาวุธของเอ็นยูจี) ที่เคลื่อนไหวในรัฐมณีปุระติดกับรัฐชินถูกทางการอินเดียผลักกลับพม่าประมาณ 5,000 คน
ในส่วนของประเทศไทยไม่มีตัวเลขเป็นทางการของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่า มองจากข่าวหลากหลายรวมทั้งที่สื่อรายงานเชื่อว่า พม่ารุ่นใหม่ที่สงสัยเป็นเอ็นยูจีและพีดีเอฟ เข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทยหลายหมื่นคน โดยที่คนเหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือจากเอ็นจีโอฝรั่งรวมทั้งองค์กรช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นและยูเอ็นเอชซีอาร์
แหล่งข่าวในกลุ่มต่อต้านและรัฐบาลทหารพม่า ระบุว่า นักการเมืองรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าในประเทศไทยมีส่วนสำคัญช่วยเหลือกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า จนพลเอกมิน อ่อง หล่าย ออกแถลงการณ์เตือนคนพม่าที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย “ให้ระวังการแทรกแซงจากพรรคก้าวไกล พรรคนี้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านเป็นภัยต่ออธิปไตยพม่า”
หลังชนะเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลและนักการเมืองรุ่นใหม่ผู้ฝักใฝ่อเมริกาและตะวันตก เรียกร้องกดดันตลอดถึงอภิปรายในสภาให้รัฐบาลรับรองฝ่ายต่อต้านพม่า ที่ทะลักเข้ามาประเทศไทยเป็นผู้ลี้ภัยที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและให้มีสิทธิเท่าเทียมคนไทย สส.ก้าวไกล บางคนถึงกับร้องไห้ระหว่างอภิปรายรู้สึกสลดใจที่พม่าหนีเข้าเมืองไม่ได้รับการดูแลเท่าคนไทย
ผู้สื่อข่าวชายแดนที่ทำข่าวความขัดแย้งในพม่ากว่าสี่สิบปี บอกแนวหน้าว่าหลังชนะเลือกตั้งปี 2566 หลายฝ่ายมั่นใจว่าพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ข้าราชการท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลพากันออกบัตรอยู่ในประเทศไทยนาน10 ปีให้พม่าที่มาใหม่กว่าหมื่นราย
“เจ้าหน้าที่อำเภอชายแดน มั่วออกบัตรให้ฝ่ายต่อต้านกว่าหนึ่งหมื่นคน” นักข่าวชายแดนกล่าว และอธิบายว่าเรื่องออกบัตรให้พม่ารุ่นใหม่อยู่ในประเทศนาน 10 ปีนั้น ศาลสั่งยกเลิกบัตรนี้ได้เพียง 700 รายหลังจากพิจารณาคดีสามปี
นักข่าวชายแดนกล่าวว่ารัฐบาลไทยต้องทำงานอย่างหนักถึงจะกดดันหรือผลักดันฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่ากลับประเทศได้ เนื่องจากว่า ทั้งองค์กรช่วยเหลือต่างประเทศและนักการเมืองหัวก้าวหน้าไทยต่างก็ให้การช่วยเหลือฝ่ายต่อต้าน
“ฝ่ายต่อต้านพม่าจำนวนมากที่มีชื่ออยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวแต่เช่าบ้าน เช่าอพาร์ตเมนต์เช่าโรงแรมอยู่ในแม่สอด หลายร้อยคน” แหล่งข่าวกล่าว
นอกจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าที่เป็นเอ็นยูจีและพีดีเอฟแล้ว องค์กรช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่าที่เคลื่อนไหวอยู่ในประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งการต่อต้านรัฐบาลพม่ามีสำนักงานอยู่ในเมืองชายแดน “พม่าที่เคลื่อนไหวประท้วงร่วมกับพรรคส้มล้วนแต่เป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่า” แหล่งข่าวกล่าว
ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์อยู่ใกล้ชายแดนตลอดมา เมื่อพลเอกมิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจปี 2564 ไทยในฐานะสมาชิกอาเซียนต้องคล้อยตามอาเซียนส่วนใหญ่คือต่อต้านการยึดอำนาจ และทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า
อย่างไรก็ดี ตลอดเวลาห้าปี กองทัพไทยยังติดต่อประสานงานกับกองทัพพม่านอกกรอบอาเซียน และหลังเลือกตั้งในพม่าปลายปี 2568 และต้นปี 2569 ที่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) พรรคโปรทหารชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย พลเอกมินอ่อง หล่าย ถอดเครื่องแบบทหาร เป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้ง ประเทศไทยรับรองรัฐบาลพม่ากลายๆ ด้วยการส่งที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไปร่วมในพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีของอู มิน อ่อง หล่าย
ปัจจุบันอาเซียนยังไม่รับรองรัฐบาลพม่า โดยอ้างว่า จัดเลือกตั้งตามคำสั่งทหาร ส่วนประเทศไทยเคลื่อนไหวเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่า โดยจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนไม่เป็นทางการเพื่อถกปัญหาพม่าเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่รัฐมนตรีต่างประเทศพม่าได้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทุกคนเป็นครั้งแรกในรอบห้าปี
นอกจากนั้น รัฐบาลไทยยังจัดให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่อต้านรัฐบาลพม่าได้พบกับทูตพิเศษอาเซียนกิจการพม่า เพื่อกรุยทางเจรจาปรองดองครอบคลุมทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสียในพม่า ตามฉันทามติอาเซียน ถึงแม้การพบปะครั้งแรกไม่คืบหน้าเนื่องจากฝ่ายต่อต้านต้องการให้นางออง ซาน ซู จี มีส่วนสำคัญในการเจรจา
รัฐบาลไทยยังคงเคลื่อนไหวเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลเลือกตั้งพม่าด้วยการเชิญประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 6-7 สิงหาคมนี้
นายกัณวีร์ โพสต์ข้อความแสดงความคลางแคลงใจที่องคมนตรีเดินทางไปเมืองหลวงพม่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค. จึงถือเป็นการตีปลาหน้าไซของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่ามาจากการเลือกตั้ง
สุทิน วรรณบวร

นายกฯ โผล่เมนต์แซว ติ่งข่าว หลังแซะปมกางเกงขาสั้น
น้องจงเย่ว ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ลีซอ ธีรเทพ ถอดแบบคุณพ่อมาเป๊ะ เต็มสิบไม่มีหัก
บิวกิ้น เสิร์ฟโมเมนต์เอ็กซ์คลูซีฟชวนเช็กอินไลฟ์ NEVO Q05 × BILLKIN First Live Streaming
ว่าที่คุณแม่ลูกสาม แพทริเซีย กู๊ด อวดท้องโตใกล้คลอด นับถอยหลังเตรียมเจอสมาชิกใหม่
ฟิตไม่มีแผ่ว ภณ-ณวัสน์ เตรียมลุย บางกอกแอร์เวย์ส สุโขทัย ฮาล์ฟ มาราธอน 2026

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี