“ไมเกรน (Migraine)” เกิดจากการบีบตัวและคลายตัวของหลอดเลือดแดงในสมองมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว พร้อมกับมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ในบางรายอาจมีอาการตาพร่ามัวหรือเห็นแสงระยิบระยับร่วมด้วย
มนุษย์รู้จักโรคไมเกรนตั้งแต่สมัย GALEN คือ ราวสองพันปีมาแล้ว คำว่า ไมเกรน มาจากคำสองคำคือ HEMI+CRANIUM คำ HEMI แปลว่า ครึ่งซีก ส่วน CRANIUM แปลว่า ศีรษะหรือหัว เมื่อคำสองคำมาผสมกันเป็น HEMICRANIUM แต่ยาวเกินไป จึงตัด “HE” ส่วนหน้าออกและ “IUM” ส่วนหลังทิ้ง จึงเหลือ “MICRAN” ในภาษาลาตินและภาษาอังกฤษมาแปลงใหม่เป็น MIGRANE ในภาษาไทยมีคำแปลว่า “โรคตะกัง” แต่ไม่เป็นที่นิยมใช้ นิยมมักเรียกทับศัพท์กันว่า “โรคไมเกรน (MIGRAINE)”
“ไมเกรน” เป็นอาการปวดศีรษะชนิดเรื้อรังที่ไม่ใช่แค่ปวดศีรษะเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นซ้ำและอาจจะเป็นเวลาไหนก็ได้ สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กอายุ 7-8 ปี จนถึงวัยทำงานแต่ที่พบบ่อยจะเป็นช่วงอายุ 15-55 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับประจำเดือน ในผู้หญิงพบไมเกรนได้ 16-18% ส่วนในผู้ชายพบได้ 6-8% และอัตราการเป็นไมเกรนต่อประชากรในโลก คือ 1 ต่อ 8
การป้องกันการเกิดไมเกรน ทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่มีผลกระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น ไม่ใช้น้ำหอม ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนจะต้องใช้ยาในการบรรเทาอาการปวด โดยผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนไม่รุนแรงอาจใช้ยาแก้ปวด เช่น aspirin, ibuprofen, หรือยาผสมระหว่าง paracetamol, aspirin, และ caffeine อย่างไรก็ตาม อาจมีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารและผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังจากการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่มีอาการไมเกรนที่รุนแรงอาจใช้ยาในกลุ่ม serotonin receptor agonists เช่น sumatriptan, almotriptan, zolmitriptan ที่ออกฤทธิ์โดยกระตุ้น serotonin receptor ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะให้ผลการรักษาดีมาก แต่มีอาการไม่พึงประสงค์จากยาที่ค่อนข้างอันตรายต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ นอกจากนี้ราคาของยาในกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง
ทั้งนี้เพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาดังกล่าว สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร จึงได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาพืชสมุนไพรที่ไม่เป็นพิษ และมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดศีรษะจากไมเกรน โดยการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบผงชงละลายน้ำ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ทรมานจากอาการไมเกรน เนื่องจากสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้บ่อยครั้ง โดยไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เหมือนกับยารักษาไมเกรนในกลุ่มอื่นๆ
โดยนำดอกเก๊กฮวยมาสกัดและศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการบรรเทาอาการปวดที่รุนแรงในสัตว์ทดลอง แล้วนำมาพัฒนาเป็นผงชงละลายน้ำ ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมของดอกเก๊กฮวยภายใต้ชื่อ “4 GRAINE” สำหรับบรรเทาอาการไมเกรนจากสารสกัดเก๊กฮวย ทั้งนี้ มีการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผลิตภัณฑ์พบว่าสามารถกระตุ้น serotonin receptor ได้เช่นเดียวกันกับ sumatriptan นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังผ่านการประเมินความปลอดภัยในสัตว์ทดลองทั้งการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรัง เมื่อศึกษาประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ในอาสาสมัคร พบว่า “4 GRAINE” สามารถยับยั้งอาการปวดศีรษะไมเกรนได้โดยไม่พบผลข้างเคียงใดๆ จากการใช้ผลิตภัณฑ์นี้
วว.ภาคภูมิใจและเชื่อมั่นศักยภาพของภูมิปัญญาไทย ในการนำสมุนไพร ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศมาผสมผสานและประยุกต์การใช้ประโยชน์กับองค์ความรู้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่สร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้กับผู้บริโภครวมทั้งลดการนำเข้าเวชภัณฑ์จากต่างประเทศ อันจะสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็งต่อไป
กองประชาสัมพันธ์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี